ค่ายลูกเสือ คุณหมี THE GHOST RADIO

ค่ายลูกเสือ

ค่ายลูกเสือ เรื่องเล่าของคุณหมีที่มาเล่าใน The Ghost Radio นั้นดังมากและก็น่ากลัวมาด้วยเช่นกัน วันนี้แอดมิน เล่าขวัญ.คอม จึงนำมาแชร์ให้สำหรับคนที่ชอบอ่านมากกว่าฟัง หรือบางคนก็อาจจะยังไม่ได้ฟัง มาอ่าน ฟังและจินตนาการไปพร้อมกับแอดกันเถอะ

คลิปเสียง

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ ค่ายลูกเสือ แห่งหนึ่งที่จังหวัดระยอง ซึ่งในช่วงกลางวันของวันที่คุณหมีเล่านั้นคุณหมีได้ไปย้อนรอยที่ค่ายลูกเสือแห่งนี้ในช่วงกลางวันมา เรื่องนี้ย้อนไปนานพอสมควรคุณหมีก็จำไม่ได้แน่นอนว่าในช่วงของปีไหน เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่าคุณหมีนั้นได้รู้จักกับท่านอาจารย์หลายๆท่านด้วยนิสัยของคุณหมีเองนั้นเป็นคนที่อัธยาศัยดีและสามารถที่จะเข้ากับเด็กๆได้ดี และก็เป็นเป็นเก่าของโรงเรียนนี้ด้วย

อาจารย์ก็มาถามคุณหมีว่า ช่วงประมาณสิ้นเดือนธันวา ว่างมั๊ย คุณหมีก็บอกว่าว่าง อาจารย์ก็บอกว่า เดี๋ยวช่วงสิ้นเดือนธันวาเนี่ยทางโรงเรียนจะจัดเด็กไปเข้าค่ายกัน หมีช่วยมาคุมหน่อย คุณหมีก็บอกว่าโอเค แต่ขอมีเพื่อนไปด้วยซัก 2-3 คน คุณหมีก็ถามอาจารย์ต่ออีกว่า อาจารย์ครับ สถานที่จะเข้าค่ายนี่ที่ไหน อาจารย์ก็บอกว่าที่ค่ายลูกเสือแห่งนี้  คุณหมีก็เลยไป survey กันก่อน พอไปถึงก็จะเป็นภูเขาลูกนึงแล้วมีสถานที่เข้าค่ายลูกเสืออยู่บริเวณตีนเขา แต่ระยะที่ต้องเข้าไปเนี่ยประมาณ 11 กิโล พอมองไปรอบๆก็เห็นเป็นความสวยปนกับความวังเวง อาจจะเป็นเพราะว่าอาจจะเป็นเพราะว่าอยู่ในป่าเขาทำให้ไม่ค่อยคุ้นชินซักเท่าไร 

ทีนี้พอถึงวันที่เข้าค่ายคุณหมีก็ได้ไปร่วม วันแรกก็จะมีการรับน้อง ทาสี ลอดซุ้มประตูอะไรก็ว่าไปต่างๆนาๆ แต่ก็ไปสะดุดอยู่อย่างนึง ก็คือบ้านพักของอาจารย์เนี่ยมันค่อนข้างที่จะเก่า คุณหมีก็ถามอาจารย์ว่า ตอนที่อาจารย์ติดต่อมาที่นี่ เขาไม่มีการทำความสะอาดมาให้เลยหรือไง อาจารย์ก็บอกว่า ไม่นะ ช่วงที่อาจารย์เข้ามาอาจารย์ก็มาทำความสะอาดกันเอง จนกระทั่งถึงช่วงประมาณทุ่มสองทุ่ม ก็จะมีการออกเดินป่าตอนกลางคืน ก็จะเดินไปซุ้มนู้น ซุ้มนี้ เดินสะพานเชือก

และจะมีเด็กอยู่กลุ่มนึงเป็นกลุ่มหมาป่า กลุ่มนี้จะอยู่กลุ่มรั้งท้ายสุด คุณหมีก็มีหน้าที่ไปปิดท้ายไว้ เพื่อไม่ให้เด็กหลง ในระหว่างทางนั้นก็จะมีเชือกเส้นนึงโยงตั้งแต่เชิงเขาเข้าไปในป่า แต่ระยะไม่ไกลมาก ระยะทางประมาณ 500 เมตรถึง 600 เมตร ในแต่ละจุดก็จะมีผู้ฝึกสอนและอาจารย์เฝ้าอยู่ในแต่ละจุด เด็กๆก็เดินเข้าไปเรื่อยๆ ลักษณะการเดินของเด็กเนี่ย ลักษณะการเดินของเด็กนั้นก็คือเอาผ้าพันคอพันปิดตาไว้ แล้วก็ปล่อยให้เด็กเดินคลำเชือกไปแล้วก็จะไปเข้าบ้านฤาษี เข้าบ้านผีสิง เด็กก็ร้องโวยวายตามประสาเด็ก

ทีนี้ด้วยความที่คุณหมีชอบเสียงโวยวายอยู่แล้ว พอเวลาที่เจออะไรสนุกๆ  คุณหมีก็จะเพิ่มเติมเข้าไปด้วย ยิ่งเด็กร้องคุณหมีก็ยิ่งแหย่เพิ่มเข้าไปอีก ก็แกล้งทำเป็นเสียงผี เสียงคนแก่ เด็กก็ยิ่งร้องเข้าไปใหญ่ จนกระทั่งเด็กเขากลัวไม่กล้าที่จะเดินไปต่อแล้ว ก็เลยต้องเลิกกองเร็ว อาจารย์ก็บ่นคุณหมีนิดหน่อย ประมาณว่า โหหห หมีแกล้งเด็กจนฉี่ราดเลยนะเนี่ย

กิจกรรมในคืนแรกค่อนข้างที่จะเลิกเร็วหน่อยประมาณ 2 ทุ่ม ในคืนแรกก็แยกย้ายกันเข้านอน เต้นท์ผู้ชายก็แยกเป็นเต้นท์ผู้ชาย เต้นผู้หญิงก็จะแยกเป็นของผู้หญิงจะไม่รวมกัน ในคืนแรกเด็กที่เข้าส่วนใหญ่จะไม่ค่อยหลับกันซักเท่าไร ด้วยความที่ตื่นเต้น สนุกสนาน ได้นอนนอกบ้านครั้งแรก คุณหมีก็เดินตรวจ พอไปเจอเด็กกลุ่มไหนที่ยังไม่นอน คุณหมีก็เดินไปสะกิดๆ บอกให้นอนได้แล้วๆ ไม่งั้นเดี๋ยวผีหลอกหน่า คุณหมีก็จะโยงเข้าเรื่องผีตลอด จนตรวจเสร็จหมดทุกเต้นท์ ทุกกลุ่มแล้ว คุณหมีก็กลับมาที่บ้านพัก อาจารย์ส่วนหนึ่งก็เล่นไพ่กัน อีกส่วนหนึ่งก็นั่งคุยกัน อีกส่วนหนึ่งก็นั่งทำกิจกรรมอะไรของเขาไปเรื่อยเปื่อย

แต่ก็จะมีเด็กอยู่บางกลุ่มที่ยังไม่นอน ตอนนั้นคุณหมีก็เห็นแต่ก็เฉยๆละ ไม่ได้ไปเตือนอะไร และตอนนั้นประมาณ 4 ทุ่มก็มีเด็กคนนึง เขาเดินมาที่บ้านพักของอาจารย์ เดินหาคุณหมี แล้วพอมาเจอคุณหมีก็พูดว่า พี่ มีเด็กที่ไหนก็ไม่รู้อ่า เข้ามานอนในเต้นท์ผม คุณหมีก็ถามว่าเด็กกลุ่มอื่นหรือเปล่า น้องเขาก็บอกว่า ไม่ใช่นะพี่ คุณหมีก็เดินตามน้องคนนี้ไป พอไปถึงเต้นท์ก็ไม่มีอะไร คุณหมีก็บอกกับน้องไปว่าอย่าอำกันนะ เพราะว่าตอนนี้เป็นเวลากลางคืน ถ้ามีเรื่องอะไร จะดูแลกันไม่ทั่วถึง น้องคนนี้ก็บอกว่ามีคนมานอนในเต้นท์จริงๆนะครับพี่ เด็กในกลุ่มเขาก็ช่วยกันยืนยันว่ามีจริงๆ

คุณหมีก็ถามไปว่าลักษณะเขาเป็นยังไง เด็กกลุ่มอื่นหรือเปล่า เด็กๆ เขาก็ตอบมาว่า ถ้าเป็นเด็กกลุ่มอื่น เวลาอยู่ในโรงเรียนยังไงก็ต้องเคยเห็นหน้ากันบ้าง แต่เด็กคนนี้ไม่เคยเห็นหน้า และก็ใส่ชุดเครื่องแบบลูกเสือเต็มตัว ถึงขึ้นที่ว่าใส่หมวกนอน ซึ่งผิดปกติมาก เพราะว่าในช่วงเวลานั้นเด็กๆ ก็จะใส่ชุดเป็นชุดลำลอง แล้วก็มีผ้าพันคอไว้เท่านั้น คุณหมีก็บอกกับเด็กๆไปว่าไม่มีอะไรหรอก  พวกเอ็งคิดมากันหรือเปล่า คุณหมีก็กลับมาบอกเรื่องนี้ให้อาจารย์ฟัง ตามเสต็ปครับ อาจารย์ก็บอกว่า เด็กมันคิดมากกันไปเอง หรือกว่าแกล้งกันเอง 

พอรุ่งเช้าก็ทำกิจกรรมกันไปเรื่อยๆ แต่ด้วยความที่คุณหมีคาใจ ก็เลยเดินเข้าไปที่เด็กกลุ่มนี้ เด็กกลุ่มนี้มีอยู่ประมาณ 6-7 คนก็กำลังคุยกันถึงเรื่องเมื่อคืน แล้วคุณหมีฟังจากน้ำเสียงของเด็กๆเลยรู้สึกว่าเด็กมันไม่โกหกแน่ๆ คุณหมีก็เลยถามว่า เขามาเป็นแบบไหน เด็กคนนี้บอกว่าระหว่างที่เขานอนกันอยู่ เด็กคนนี้รูดซิปเต้นท์แล้วก็มุดเต้นเข้ามาเลย แถมยังดึงผ้าห่มของเด็กมาห่มอีก คุณหมีก็เลยถามอีกว่าลักษณะหน้าตาเป็นแบบไหน เด็กก็ตอบว่า ขาว และที่สำคัญคือตัวเปียกน้ำทั้งตัว คุณหมีก็ถามต่อว่า แล้วอยู่ดีๆ เขาหายไปได้ยังไง เด็กก็บอกว่า พวกผมไล่เขาไปครับพี่ แล้วเขาก็ออกไปเลย

ในตอนนั้นคุณหมีก็ยังเฉยๆอยู่และรวบรวมข้อมูลอยู่ จนกระทั่ง เย็นของวันนั้น เด็กๆ ก็เตรียมตัวทำการแสดงรอบกองไฟ พอช่วงประมาณซักทุ่มนึง อาจารย์ก็ไปจุดกองไฟแล้วก็เรียกเด็กทุกคนมาล้อมวงกัน เด็กๆ ที่จะทำการแสดงก็จะไปอยู่ที่จุดรอทำการแสดง เด็กที่ไม่ได้ทำการแสดงก็จะมานั่งล้อมวงนั่งรอบกองไฟกัน ก็ปรบมือ ร้องเพลงอะไรกันไป ส่วนคุณหมีนั้น ก็เดินสำรวจรอบๆ ดูสัตว์ป่า งู เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับเด็กๆ และหัวหน้าของเด็กในกลุ่ม 6-7 คนนั้น เดินมาบอกคุณหมีว่า พี่ๆ ครับ กลุ่มผมเพื่อนหายไป 2 คนคุณหมีก็ถามว่า หายไปไหนหละ ไปเข้าห้องน้ำหรือเปล่า เด็กก็บอกว่าเปล่า เด็ก 2 คนนั้นเขาบอกว่าเขาจะไปว่าว่ายน้ำเล่น

คุณหมีก็ถามกลับไปว่าตอนนี้เนี่ยนะ เด็กก็บอกจริงๆ ครับพี่ พึ่งวิ่งไปดูมา คุณหมีก็ให้สัญญาณกับผู้ฝึกสอนให้หยุดทำการแสดงก่อน ให้วิ่งไปดูเด็กก่อน คุณหมีก็วิ่งไปคนแรกเลย ตรงนั้นจะเป็นบริเวณบึงน้ำ คุณหมีก็เห็นเด็ก 2 คนนั้นนั่งอยู่ริมบึงน้ำนั้น และนั่งคุยกันอยู่ คุณหมีก็ถามว่ามานั่งทำอะไรกันตรงนี้ รีบกลับไปเลย เดี๋ยวจะโดนทำโทษ ครูผุ้ฝึกสอนก็วิ่งตามมา 2 คนแล้วก็ดึงเด็ก 2 คนนี้กลับ แต่เด็ก 2 คนนี้มีอาการเหม่อลอยมาก เหมือนๆว่าจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แล้วก็กลับเข้ามานั่งที่กลุ่ม

พอทำการแสดงไปเรื่อยๆ เด็กหัวหน้ากลุ่มก็มาเรียกพี่หมี บอกว่า พี่เขาไปอีกแล้ว คุณหมีก็เลยวิ่งไปที่บึงน้ำต่อแต่ก็ไม่มีเด็ก 2 คนนั้นแล้ว เขาเดินหายไปไหนไม่รู้ คุณหมีตามไปไม่ทัน คุณหมีก็ถามหัวหน้ากลุ่มว่า เห็นเขาวิ่งไปทางไหนหรือเปล่า น้องหัวหน้ากลุ่มก็ตอบมาว่า เด็ก 2 คนนั้นนั่งรั้งท้ายกลุ่ม แล้วเด็ก 2 คนนี้บอกว่าเดี๋ยวมานะ มีเพื่อนเรียก หัวหน้ากลุ่มก็หันไปมองว่ามีใครเรียก และก็หัวมีเด็กคนนึงยืนอยู่ไกลๆเลย ใส่ชุดลูกเสือเต็มยศ มีหมวกมีไม้พลอง โบกมือเรียก 2 คนนั้น จนสุดท้ายคุณหมีก็หายังไงก็หาไม่เจอ 

บึงน้ำ

คืนนั้นก็หยุดการแสดงทั้งหมดเลย แล้วก็ให้เด็กไปรวมอยู่ในบ้านพักครู อาจารย์และผู้ฝึกสอนก็ออกตามหากัน  แต่ก็ยังไม่กล้าที่จะโทรบอกผู้ปกครองของเด็กทั้งสองคน ก็กะว่าให้รอซัก 2 ชั่วโมงก่อน ถ้าหาไม่เจอยังไงค่อยแจ้ง ค่อยเรียกคนภายนอกเข้ามาช่วย และตอนนั้นคนที่ตามหาก็มีไฟฉายคนละกระบอกออกตามหา แต่ความสว่างของไฟฉาย ที่ฉายในป่านั้นไม่พอ ทุกคนก็ต้องค่อยๆคลำไปหาไป เพื่อนคุณหมีก็ตะโกนเรียก ณ ช่วงเวลานั้นบรรยากาศมันกดดันมาก คุณหมีก็เลยให้อาจารย์ผู้ฝึกสอนขับรถกระบะเข้ามาด้านใน แล้วก็ส่องไฟให้มากที่สุด

อาจารย์ทุกคนก็ช่วยกัน จน 5 ทุ่ม เที่ยงคืน ก็ยังไม่เจอ ก็เลยตัดสินใจที่จะโทรบอกผู้ปกครอง แต่ในช่วงที่กำลังจะโทรหาผู้ปกครองก็เจอเด็ก แต่ว่าเจอแค่คนเดียว เขาอยู่ที่ฐานมุดดิน เขาไปนั่งร้องไห้อยู่คนเดียว ระยะทางห่างจากสถานที่แสดงรอบกองไฟประมาณ 600 เมตร คุณหมีก็เลยคว้าน้องกลับมาพร้อมกับพูดว่า ไอน้องไปกับพี่ก่อน น้องเขาก็ร้องไห้งอแงตลอดทาง แล้วอาจารย์ส่วนหนึ่ง ก็ไปหาเด็กที่เหลืออีกคนนึงก่อน ส่วนอีกคนนึงที่คุณหมีจูงมือมาก็พากลับไปที่ห้องพักแล้วก็สอบถามว่าเรื่องเป็นมายังไง อาจารย์ก็รุมถามกัน พอถูกรุมถามด้วยความเป็นเด็ก เด็กมันก็ยิ่งกลัว คุณหมีก็เลยให้อาจารย์คนอื่นๆออกไปก่อน

คุณหมีก็เลยถามเด็กอีกทีว่า ไหนลองเล่าให้พี่ฟังสิ มันยังไงเนี่ย ไม่มีใครว่าหรอก บอกพี่มาจะได้ช่วยได้ น้องเขาก็บอกว่า พี่เขาอ่ะ ชวนหนูไปเล่นน้ำ พอไปถึงฝั่งแล้วอ่ะ หนูไม่เล่น พี่เขาก็เลยชวนไปเล่นฐานอื่น ไปมุดดิน ไปเดินสะพานเชือก คุณหมีก็ถามต่อว่า แล้วน้องกล้าไปได้ยังไง น้องก็บอกว่า  หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่าหนูอยากไปเล่นกับเขามาก คุณหมีก็เลยถามว่า อ้าวอีกคนนึงไปไหน น้องก็บอกว่า พี่คนนั้นเขาพาไปในป่าลึก คุณหมีก็ถามต่อว่าแล้วทำไมน้องไม่ตามไปด้วยหรือทำไมไม่ดึงเพื่อนกลับมา น้องก็บอกว่า ตอนที่เดินไปหนะ หนูกลัว หนูได้สติขึ้นมา หนูก็เลยวิ่งหนีกลับเข้ามา  ทีนี้อาจารย์ก็โทรแจ้งผู้ปกครองของเด็กอีกคนนึงแล้ว แจ้งตำรวจ อาสาสมัครชาวบ้านก็ช่วยกันลงแรงหาเด็กอีกคนนึงกันต่อ 

จนถึงตี 2 ตี 3 ก็ยังไม่เจอ คุณหมีก็คิดในใจตอนนั้นเฟลมาก รู้สึกเรื่องใหญ่แน่ๆ อาจารย์ก็หน้าซีดกันทุกคน พ่อแม่เด็กนั้นพอมาถึงก็หาไปด้วย ด่าพวกอาจารย์ไปด้วย ก็ช่วยกันหาจนอาสาสมัครชาวบ้านแถวนั้น เขาพูดมาว่า ลองบนบานสานกล่าวยายดู อาจารย์ผู้ฝึกสอนก็ลองทำตามโดยที่ไม่รู้ว่าคืออะไร แต่ว่าแทนที่จะเจอ ก็ยังไม่เจออยู่ดี รอจนถึงเช้าประมาณ 6 โมงกว่า จากงานสนุกรื่นเริงจากการเข้าค่าย กลายเป็นกร่อยไปเลย มันไม่มีความหวังเลย

จนสุดท้าย มีลุงอยู่คนนึงเขาขี่ 3 ล้อมา เขามาบอกในค่ายว่า หาเด็กกันอยู่ใช่มั๊ย อาจารย์ผู้ฝึกสอนก็บอกว่า ใช่ลุง ลุงก็บอกอยู่วัดเนี่ย ไปดู ทุกคนด้วยความดีใจกึ่งตกใจ ทุกคนก็ไปกัน คุณหมีก็นั่งซ้อนท้ายกระบะไป ก็เจอเด็กคนนี้ไปนั่งอยู่ในโบสถ์เก่าของวัดวัดหนึ่ง ระยะทางห่างจากตัวค่ายเป็นระยะทาง 6 กิโล พอไปเจอเด็ก เด็กก็มีอาการนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ในโบสถ์  วัดที่เด็กคนนี้ไปอยู่นั้นอายุประมาณ 70 ปีขึ้น เป็นวัดที่อยู่หลังเขา พอได้ตัวกลับมา พ่อแม่เด็กก็ดีใจ แต่ก็ยังไม่ทันที่จะได้ถามไถ่อะไรเลย พ่อแม่เด็กก็พาเด็กกลับไปก่อนเลย และก็ไม่ได้เอาเรื่องกับอาจารย์

หลังจากนั้นอีกประมาณเดือนสองเดือน พ่อแม่เด็กก็ให้เด็กย้ายโรงเรียน แต่ก่อนที่จะย้ายเนี่ย ใน 3 วันถัดมาจากการเลิกกอง ทุกคนก็มารวมแล้วก็คุยกันว่ามันเกิดอะไรกันขึ้น อาจารย์ผู้ฝึกสอนที่เป็นครูสอนพละ เขาก็ได้คุยกับเด็กคนนี้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น  เด็กคนนี้ก็เล่าให้ฟังว่า มีพี่คนนึงชวนเขาไปเล่นน้ำเหมือนกับที่เด็กคนแรกบอก เขาก็บอกว่าเขาไม่เล่นเพราะมันหนาว พี่คนนี้ก็เลยชวนไปเล่นฐานอื่น พอไปจนถึงฐานนึงแล้วก็ลึกเข้าไปในป่าเรื่อยๆๆๆ เด็กคนแรกเกิดอาการกลัวก่อน แต่น้องคนนี้ก็เดินเข้าไปต่อ ระหว่างที่เดินไป เดินไป ก็เริ่มเข้าไปลึกขึ้นๆเรื่อยๆ จนเด็กคนนี้ได้สติ แต่เหมือนกับว่าเข้ามาลึกแล้วอ่ะ จะให้เดินออกไปคนเดียวก็น่ากลัวกว่านี้ ก็เลยตัดสินใจอยู่กับรุ่นพี่คนนี้ดีกว่า

ลักษณะของรุ่นพี่คนนี้ก็คือใส่ชุดเครื่องแบบลูกเสือเต็มตัวถือไม้พลองตลอดเวลา และใส่หมวกด้วย รุ่นพี่คนนี้ก็บอกว่า เรามาเล่นนี่กันดีกว่า พอพูดเสร็จ เขาก็หยิบเชื่อกลูกเสือที่เหน็บไว้ข้างเอว แล้วก็พูดว่า เรามาเล่นผูกคอตายกันดีกว่า เด็กคนนี้ก็มองรุ่นพี่คนนี้ค่อยๆใช้เชือกโยงกับกิ่งไม้ แล้วก็ค่อยๆผูกคอตัวเอง แล้วก็ค่อยๆดิ้นตายต่อหน้าเด็กคนนี้เลย เด็กคนนี้ก็เกิดความกลัวสุดขีดเลย แต่ทางกลับมันไม่เหมือนเดิมแล้ว และน้องเขาก็หลงอยู่ในป่า จนกระทั่งไม่ไหวแล้วหมดสติเป็นลมอยู่ในป่าไปในที่สุด

เด็กคนนี้ก็รู้สึกตัวอีกทีนึงก็มียายคนนึง ผมเป็นทรงดอกกระทุ่ม แล้วก็คล้องตะกร้าชานหมาก มีหมากพลูมีมีดตัด มีใบพลู ถามว่า ไอหนู เอ็งมานอนตรงนี้ได้ยังไง กลับบ้านป่ะ แล้วเขาก็ยื่นกล้วยให้กินหนึ่งลูก เท่านั้นยังไม่พอ ก็เห็นคุณตา ท่านหนึ่ง เขาถอดเสื้อแล้วนุ่งผ้าขาวม้าแต่ในมือของเขาถือคันไถที่มันหนักมาก ซึ่งถ้าปกติคนจะยกไม่ไหวแน่นอน แล้วคุณยายท่านนี้ก็พาเดินลัดลงเขา แล้วก็มาเจอวัดวัดนี้ แล้วตายาย 2 ท่านนี้ก็บอกกับเด็กคนนี้ว่า ไอหนูเข้าไปอยู่ในโบสถ์นั้นนะ แล้วก็อย่าออกมา แล้วตายายก็หายไป แล้วสาเหตุที่เด็กคนนี้ร้องไห้เพราะความกลัว เพราะว่า เด็กรุ่นพี่คนนั้นใส่ชุดลูกเสือถือไม้พลองเดินรอบวัดเลย เหมือนจะมาเอาไปให้ได้  

ตายาย

และด้วยนิสัยของคุณหมีนั้น ก็เลยสืบต่อ อยากรู้ ว่าเรื่องนี้มันเป็นมายังไง และด้วยความที่จังหวัดนี่คุณหมีเป็นคนในพื้นที่อยู่แล้ว  คุณหมีก็ไปสืบจากคุณแม่ของคุณหมีเอง คุณหมีก็ถามแม่ว่า วัดนี้มีประวัติอะไรมั๊ย แม่บอกมี แม่คุณหมีบอกว่า แม่ก็เคยเรียนอยู่วัดนี้ วัดนี้ถูกบริจาคโดย 2 ตายายท่านนี้ ทุกวันนี้ยังมีศาลตายายของ 2 ท่านนี้ คุณหมีก็ถามต่อว่า แล้วสมมุติว่าถ้าเดินขึ้นเขาไปสัก 6-7 กิโล มันจะมีค่ายลูกเสือนะแม่ แม่ก็บอกว่า เออ ใช่ สมัยแม่เรียน มันมีเด็กจมน้ำหายไปคนนึงนะ คุณหมีก็ถามต่ออีกว่า เด็กจมน้ำที่ไหน แม่ก็บอกว่าจมไปที่บึงใหญ่ๆ นี่แหละ

คุณหมีก็นึกขึ้นได้ว่าเป็นบึงที่ไปทำกิจกรรมสันทนาการกัน และก็คิดว่าว่าถ้าเด็กจมน้ำในบึงยังไงก็ต้องหาศพเจอ แต่คุณแม่บอกว่า ทุกวันนี้ก็ยังหาไม่เจอ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2517 แม่คุณหมีก็บอกกับคุณหมีว่า ถ้าอยากรู้ว่าเรื่องนี้มีจริงหรือเปล่า ลองไปที่หลังเขานะ ขึ้นเขาและลงเขาไปทางด้านหลังนะ ไปตามทางเรื่อยๆ จะเห็นรูปปั้นลูกเสือคนนี้

และคุณหมีก็ขี่มอไซด์เข้าไปดู ไปกับเพื่อนคนนึง แล้วก็ไปเจอจริงๆ เป็นรูปปั้นใส่ชุดลูกเสือเป็นปูนเต็มตัว และด้านหลังมีชื่อผู้ที่สร้าง ผู้ที่รับผิดชอบในเหตุการ์นั้น และพ.ศ. 2517 เหมือนกัน  จากที่เริ่มต้นคุณหมีได้บอกว่าเพิ่งได้ไปย้อนรอย ว่าสถานที่ทุกวันนี้เป็นแบบไหนแล้ว ปรากฏว่า ค่ายลูกเสือนี้ปล่อยร้างไปแล้ว แต่รูปปั้นนี้ยังอยู่ ในระหว่างทางที่คุณหมีนั้นเอาโทรศัพท์ยื่นไปถ่ายรูปไม่ว่าจะด้านซ้ายหรือด้านขวา ก็จะเจอแต่ศาลที่เอามาทิ้งข้างทาง เรื่องราวก็มีประมาณนี้ครับสำหรับค่ายลูกเสือภาคแรก

รูปปั้นลูกเสือ

แต่ก็จะมีรายละเอียดอื่นๆอีกเพิ่มเติม ที่คุณหมีคุยกับพี่แจ็ค ผู้จัดรายการจาก The Ghost Radio ตอนที่อาสาสมัครชาวบ้านมาบอกให้ทางอาจารย์ลองบนบานขอยายดูสิ แล้วอาจารย์ก็ทำ เหมือนกับว่าคุณยายท่านรับรู้ แล้วก็ไปช่วยน้องคนนั้นจากรุ่นพี่ที่ใส่ชุดลูกเสือ ที่เหมือนกับว่าจะให้น้องคนนั้นไปเป็นตัวตายตัวแทน และรุ่นพี่คนนั้นจมน้ำอยู่ในบึงน้ำที่เป็นบึงปิด ไม่สามารถที่จะลอยไปที่ไหนได้ ยังไงก็ต้องหาเจอ แต่ว่า ตั้งแต่ปี 2517 จนถึงวันนี้ก็ยังหาศพไม่เจอ 

ตอนที่คุณหมีย้อนรอย แถวนั้นก็มีบ้านถูกสร้างขึ้นแถวนั้นแล้ว คุณหมีก็เลยไปถามว่ารู้เรื่องของลูกเสือที่จมน้ำบ้างไหม คนที่บ้านนั้นก็บอกว่า ทุกวันนี้ยังมีเด็กมาเคาะประตูหน้าบ้านเพื่อมาขอนอนด้วยอยู่เลย ซึ่งไม่ใช่เด็กในหมู่บ้านแน่ๆ และตำนานเล่ากันมาว่า เด็กคนนี้เมื่อกลายเป็นวิญญาณ ก็ยังมีความดื้อ ความซนอยู่ ส่วน 2 ตายายท่านนี้ก็จะเป็นคนคอยกำหราบ เพื่อไม่ให้มาหลอกหลอนชาวบ้านในบริเวณนั้น คุณหมีก็ถามคุณแม่ต่อว่า แล้วเด็กคนนั้นจมน้ำได้ยังไง แม่ก็บอกว่ามีคนมาชวนไปเล่นน้ำกลางคืนเหมือนกัน

เครดิต : Pantip

สามารถติดตามเรื่องเล่าสยองขวัญใหม่ๆได้ที่ ช่อง YouTube : TheghostradioOfficial